บทที่ 7 6 มารหัวขน(2)
“เป็นอะไรเบลล์” พี่กองทัพทำท่าตกใจที่เห็นฉันโผเข้ากอด
“คิดถึงค่ะ” ฉันพูดอย่างไม่อายเพราะคิดถึงเขาซะมากมายมันล้นอกจนจะตายอยู่แล้ว ฉันโหยหาอ้อมกอดของเขา โหยหารอยยิ้มร้าย ๆ ที่เขาชอบมองฉันแล้วยิ้ม
“พี่ขอเข้าห้องน้ำแป๊บนะ” เขาผละฉันออกแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป ให้ตายเถอะ ฉันเพิ่งนึกออกว่าที่ตรวจครรภ์อยู่ในนั้น
แต่ที่น่าตกใจไปกว่านั้น ผู้หญิงสวยแต่งตัวเซ็กซี่หน้าอกใหญ่โตเดินออกจากห้องนอนของพี่กองทัพ เธอมองมาที่ฉันและส่งยิ้มให้ก่อนที่จะเอ่ยถาม “เฮียล่ะ”
เสียงของเธอหวานจับใจ เป็นใครก็คงหลงใหล หัวใจของฉันมันกำลังเต้นแรงผิดปกติ เหมือนมีบางอย่างบีบรัดอย่างแรง ความรู้สึกบ่งบอกว่ากำลังจะโดนเขี่ยทิ้ง
แกร็ก ก่อนที่ฉันจะตอบอะไรออกไปพี่กองทัพเปิดประตูออกมา เขามองหน้าฉันแวบหนึ่งและหันไปส่งยิ้มให้ผู้หญิงคนนั้น ยิ้มอย่างอ่อนโยน
“น้องแพรเข้าไปรอเฮียในห้องก่อนนะ เดี๋ยวเฮียคุยกับเพื่อนแป๊บเดียว” พี่กองทัพพูดกับผู้หญิงคนนั้นด้วยท่าทางอ่อนโยน น้ำเสียงแบบนี้เขาไม่เคยพูดกับฉันด้วยซ้ำ ใช่สิเขาไม่รักฉัน แล้วฉันจะหวังคำหวานอะไรกัน ผู้หญิงคนนั้นยิ้มก่อนจะเดินเข้าห้องนอนไป จากนั้นเสียงเยือกเย็นชวนขนลุกก็ดังขึ้นพร้อมกับต้นแขนถูกกระชากให้เดินตามเข้ามาในห้องน้ำ “เรามีเรื่องที่ต้องคุยกันนะเบลล์”
พรึบ! ที่ตรวจครรภ์จำนวนห้าอันโยนใส่หน้าฉัน ใบหน้าของพี่กองทัพเคร่งเครียด ดวงตาเขาจ้องฉันเขม็ง มันมีแต่ความขุ่นเคือง ดูก็รู้ว่าเขากำลังหัวเสียกับเด็กที่กำลังจะเกิดมา “นี่อะไรวะเบลล์ พี่ใส่ถุงตลอดทำไมมันเป็นแบบนี้ มันเกิดขึ้นได้ยังไง”
“ครั้งนั้นเบลล์ลืมกินยาค่ะ” ฉันก้มหน้ามองพื้นและสารภาพความผิดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเพราะกลัวท่าทีของเขา
“โธ่ โว้ย! ลืมเหรอ แล้วทำไมไม่จำวะ” ฉันเห็นปลายเท้าพี่กองทัพกำลังเดินมาทางฉัน จากนั้นมีเสียงดังตุบ เป็นเขาที่ปล่อยหมัดแรง ๆ ไปที่ผนังกำแพงข้าง ๆ ที่ฉันยืนอยู่ มันห่างจากฉันแค่นิดเดียวเอง ฉันไม่กล้าพูดหรือขยับตัวเพราะกลัวท่าทีของเขา ฉันจึงร้องไห้ ก็ฉันมันทำได้แค่นี้ไง ทำได้แค่ร้องไห้กับเรื่องราวที่เกิดขึ้น
ฉันได้ยินเสียงถอนลมหายใจยาว ๆ ของพี่กองทัพ จากนั้นเขาเปิดประตูห้องน้ำเดินออกไป ฉันไม่รู้จะทำยังไงจึงเช็ดน้ำตาและรีบเดินตามเขา
“อะนี่เงินที่ตลอดสองเดือนเบลล์อยู่กับพี่ ฟังนะตอนนี้พี่ได้ผู้หญิงใหม่แล้ว เข้าใจใช่ไหมว่าพี่หมายความว่าอะไร” เขายัดเช็คที่เขียนจำนวนเงินหนึ่งล้านบาทใส่มือให้ฉัน พร้อมกับคำพูดที่สื่อว่าฉันมันไม่มีค่าอะไรเลย ถึงเวลาที่ควรจบเพราะเขาเบื่อแล้ว
“...” มือข้างขวามีเช็คที่เขายัดมาและมองการกระทำของเขา เขากำลังเขียนเช็คอีกใบ
จากนั้นก็มองหน้าฉันและยัดเช็คมาที่มือข้างซ้ายพร้อมกับพูดว่า “และนี่ ไปเอาไอ้มารหัวขนในท้องนั่นออกซะ พี่ไม่ต้องการและพี่คิดว่าเบลล์ก็คงไม่ต้องการ”
ประโยคนี้ทำเอาฉันล้มทั้งยืน เงยหน้ามองเขาที่ยืนอยู่เหนือหัว สายตาที่เขามองมาที่หน้าท้องของฉันมันแสดงถึงการรังเกียจสิ่งที่อยู่ในท้อง สิ่งที่เรียกว่าลูก จำนวนเงินของเช็คใบที่สองคือห้าแสนบาทสำหรับการฆ่าชีวิตใครคนหนึ่ง ใครคนหนึ่งที่เป็นสายเลือดของเขา ผู้ชายเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ ทำไมเลวได้ขนาดนี้
ฉันหลงรักซาตานร้ายคนนี้ได้ยังไง ทำไมฉันโง่ขนาดนี้ รักคนแบบนี้ได้ไง
“เลิกทำหน้าอาลัยอาวรณ์พี่สักที พี่ไม่สนใจสายตาแบบนี้ พี่เบื่อเบลล์แล้วเบลล์ไม่มีความหมายอะไรเลย ต่อไปนี้เราจบกันนะ เรื่องของเรามิ้มจะไม่มีทางรู้ เก็บข้าวของเบลล์แล้วไปซะ พูดให้รู้เรื่องพี่ไม่ชอบพูดซ้ำ” เขาไม่แคร์อะไรฉันเลย ไม่สนใจอะไรทั้งนั้นทั้งที่เขาเพิ่งจะบอกให้ฉันไปเอาเด็กออก
เมื่อเขาไล่ ก็คงต้องไปไง ให้อยู่เพื่ออะไร
“เดี๋ยวค่ะ” ฉันเอ่ยเรียกเขาไว้ขณะที่เขากำลังจะเดินเข้าห้องนอน เขาหันมามองฉันด้วยสายตาขุ่นเคือง
“ทำไม มันน้อยไปเหรอ จะเอาอีกเท่าไหร่ล่ะ” พี่กองทัพเดินกลับมาที่เดิมและกำลังจะก้มลงเขียนเช็คอีกรอบ
ฉันจึงลุกขึ้นเดินมาหาเขา วางเช็คเงินสดหนึ่งล้านใส่มือเขาไป “เปล่าค่ะ เบลล์แค่จะบอกว่า เบลล์ไม่เอาเงินนี่ ส่วนเงินห้าแสนเบลล์จะเอาไปจัดการมารหัวขนที่พี่บอกและชาตินี้ทั้งชาติเราอย่าได้เจอกันอีกนะคะ ให้เราหมดเวรหมดกรรมกันแค่ตรงนี้ จะไปตายที่ไหนก็ไป”
พูดจบฉันเดินออกจากห้องของเขามา ไม่ได้เอาอะไรติดตัวมาสักอย่าง แม้กระทั่งโทรศัพท์มือถือก็ไม่ได้มา มีแค่เช็คห้าแสนบาทที่เขาให้มาจัดการกับเด็กในท้อง
ไม่ได้เอาโทรศัพท์มาก็ดีเหมือนกัน ฉันจะได้ไม่ต้องติดต่อกับมิ้มอีกเพราะฉันละอายใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นและทรยศหักหลังความไว้ใจที่มิ้มมีให้
มันถูกแล้วที่คนทรยศเพื่อนอย่างฉันโดนกระทำเช่นนี้ จบสิ้นกันกับเรื่องคาว ๆ จากนี้ฉันจะเลิกรักคนเลวคนนั้นให้ได้
